“ดอยคำ” มรดกความยั่งยืนจากพ่อหลวง

0
1260

แนวพระราชดำริของ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” เกี่ยวกับการพัฒนาด้านการเกษตรทรงให้ความสำคัญกับการสร้าง “ความยั่งยืน” อย่างแท้จริง ครอบคลุมตั้งแต่ “ต้นน้ำ” นั่นคือ เกษตรกร ที่ได้รับองค์ความรู้ด้านการเกษตร นำไปต่อยอดและพัฒนาการเพาะปลูก เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองได้ ไปจนถึง“กลางน้ำ” คือ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรไทย ให้สามารถแข่งขันได้ในทางธุรกิจ และ “ปลายน้ำ”คือ การพัฒนาร้านค้าปลีกต้นแบบ สำหรับเป็นช่องทางที่ผู้บริโภคได้มาหาซื้อสินค้าคุณภาพดี ปลอดภัย ในราคาเหมาะสม

รูปแบบการพัฒนาเช่นนี้ ทำให้เกิด “การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน” ทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกรมีรายได้ และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในระดับประเทศ ก็มีแบรนด์ไทยที่มีศักยภาพ ขณะที่ผู้บริโภค นอกจากได้สินค้าคุณภาพดีแล้ว ยังได้รับความสุขการเป็นผู้ให้ เพราะในที่สุดแล้วรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ก็จะย้อนกลับไปสู่ต้นน้ำ และกลางน้ำในการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้นต่อไป

“ดอยคำ” (Doi Kham) มรดกล้ำค่าและสองตัวอย่างของโครงการพระราชดำริ ที่ทุกวันนี้มีรากฐานอันแข็งแกร่ง และมีส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคไทย

“ดอยคำ” แบรนด์น้ำมะเขือเทศเบอร์ 1 ในใจคนไทย

จากพระราชวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นความทุกข์ยากลำบากของราษฎร และปัญหาการปลูกฝิ่น อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ และเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ในปีพุทธศักราช 2515 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง ”สหกรณ์ชาวเขา” และ “โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป” แห่งแรกขึ้น เพื่อช่วยเหลือด้านการรับซื้อผลผลิตจากพืชผักผลไม้ที่ส่งเสริมในราคาเป็นธรรม โดยนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ในเครื่องหมายการค้า “ดอยคำ”

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2537 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ รับช่วงดำเนินกิจการโรงงานหลวงฯ ต่อจากมูลนิธิโครงการหลวง โดยจัดตั้งเป็นนิติบุคคลภายใต้ชื่อ “บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด” เพื่อดำเนินกิจการในรูปแบบ ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business)เน้นการขับเคลื่อนการสร้างสุขให้สังคมด้วยการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน

ที่ผ่านมาแบรนด์ “ดอยคำ” ผลิตและจำหน่ายผลผลิตที่ได้รับการแปรรูป โดยได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพสูง น่าเชื่อถือ แต่ที่สร้างปรากฏการณ์ในวงการตลาดประเทศไทยมากที่สุดต้องยกให้กับ “น้ำมะเขือเทศ”

logo-doi-kham

คุณสรภัส สุตเธียรกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เล่าถึงเบื้องหลังว่า “เพราะการน้ำผลไม้ชนิดอื่นๆ มีอยู่แล้วในตลาด ดังนั้นเราต้องหาจุดเด่นที่ยังไม่มีใครทำ แล้วมะเขือเทศของเรามีคุณภาพดี ตั้งแต่วัตถุดิบ ทำให้เรามั่นใจ” จากรายได้ปีที่แล้วของดอยคำ 1,480 ล้านบาท น้ำผลไม้มีรายได้ 70% โดยน้ำมะเขือเทศมีสัดส่วนถึง 60% ของรายได้ที่มาจากน้ำผลไม้ โดยถ้าหากพิจารณาจากมาร์เก็ตแชร์เฉพาะน้ำมะเขือเทศ ถือว่าอยู่ในอันดับ 1 ของตลาด

และหลังจากที่ผู้บริโภคเข้าใจถึงสารอาหารที่อยู่ภายในผลิตภัณฑ์น้ำมะเขือเทศดอยคำ ก็นำมาสู่ความนิยม อย่างไรก็ตามมีผู้บริโภคอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่คุ้นเคยกับรสชาติของดอยคำ จึงเป็นที่มาของการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ ภายใต้คอนเซ็ปต์“ดอยคำ โฉมใหม่ หัวใจเดิม” ปรับโลโก้ และแพ็กเก็จจิ้ง เพื่อจับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น

จากเดิมที่กลุ่มลูกค้าจะอายุ 35 ปีขึ้นไป พร้อมแคมเปญ “คำแถลงขอโทษจากดอยคำ” ที่ความจริงแล้วมุ่งเน้นบอกถึงที่มาของวัตถุดิบ ไปจนถึงกระบวนการผลิต ว่าทำไมรสชาติที่หลายคนบ่นกันจึงเป็นสินค้าที่ให้คุณค่ากับร่างกายมากที่สุด อย่างไรก็ตามมีอีกหนึ่งรสชาติเพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ที่ไม่สะดวกดื่มรสชาติดั้งเดิม

ปัจจุบันดอยคำมีโรงงานโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปทั้งหมด 4 แห่ง ประกอบด้วย โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 (ฝาง) จ.เชียงใหม่ / โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 2 (แม่จัน) จ.เชียงราย / โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 3 (เต่างอย) จ.สกลนคร / โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 4 (ละหานทราย) จ.บุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ในระหว่างการปรับปรุง เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสินค้า ไม่ใช่แค่ในประเทศเท่านั้น นับจากนี้แบรนด์ “ดอยคำ” ได้บุกตลาดต่างประเทศ ในลักษณะมีเอเยนต์ โดยตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการเจรจา ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์ ไปจนถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม กัมพูชา และลาว

ในประเทศไทย “ดอยคำ” จะเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น โดยเปิดแฟรนไชส์ จากเดิมที่มีร้านค้าดอยคำราว 40 ร้าน ก็จะมี “ครอบครัวดอยคำ” โดยมุ่งหวังว่าจังหวัดที่ ร้านดอยคำไม่ได้เปิดกิจการด้วยตัวเองก็จะมี “ครอบครัวดอยคำ” เข้าไปตอบสนองความต้องการจังหวัดละ 1  ร้าน โดยตอนนี้เริ่มต้นทดลองแล้ว 3  แห่งที่ ลำปาง เชียงราย และสกลนคร โดยร้านแฟรนไชส์จะมีให้เลือก 3 โมเดลตามขนาดและกำลังการลงทุน

เหตุผลที่ทำให้แบรนด์ดอยคำ กลายเป็นแบรนด์น้ำมะเขือเทศอันดับ 1 และนำพาแบรนด์กับสินค้าอื่นๆ ไปอยู่ในใจของผู้บริโภค ก็มาจากพระราชวิสัยทัศน์ที่ต้องการสร้างอาชีพให้กับชาวเขา อีกทั้งความมุ่งมั่นที่อยากจะนำผลิตภัณฑ์คุณภาพดีมาเป็นทางเลือกให้กับคนไทยนั่นเอง.

ที่มา : brandbuffet