ถอดบทเรียน เลือดข้นคนจาง กับ “4 หลุมพรางของการส่งต่อสินทรัพย์”

0
19

“4 Pitfalls of Wealth Distribution”

ที่ดิน 1 ไร่ มีลูก 4 คน ลูก 2 คนอยู่ดูแลคุณ  อีก 2 คนแต่งงานออกไปแล้ว

คุณจะแบ่งสินทรัพย์นี้อย่างไร ?  แบ่งเท่ากัน คน หรือ จะแบ่งให้แค่ คนที่ดูแลคุณ ?

เรามาดู กรณีศึกษาดังจาก Hong Kong –ห่านย่างร้านดัง Yung Kee 

มีดราม่า ไม่แพ้ความขัดแย้งการแย่งมรดกในเมืองไทยเลย

1

ผู้ก่อตั้งแบ่งหุ้นดังนี้

  • เมีย – 10%
  • ลูกชายคนโต – 35% เป็นคนกุมอำนาจบริหาร
  • ลูกชายคนที่ 2 – 35%
  • ลูกชายคนที่ 3 – 10%
  • ลูกผู้หญิง – 10%

ชีวิตก็น่าจะจบอย่างมีความสุข จนเกิดเหตุการณ์นี้

ลูกชายคนที่ 3 เสียชีวิต ทำพินัยกรรมยกหุ้นให้ลูกชายคนที่ 2

จำนวนหุ้นตอนนี้คือ

  • เมีย – 10%
  • ลูกชายคนโต -35%
  • ลูกชายคนที่ 2 – 45%
  • ลูกผู้หญิง – 10%

ลูกชายคนที่ 2 ต้องกุมอำนาจบริหารแทน ทะเลาะกับคนโต แม่ทุกข์ใจ เลยขายหุ้นให้คนโต

จำนวนหุ้นตอนนี้คือ

  • ลูกชายคนโต -45%
  • ลูกชายคนที่ 2 – 45%
  • ลูกผู้หญิง – 10%

ลูกผู้หญิง ไม่สนใจธุรกิจ อยากไปเปิดร้านขายเสื้อผ้า ขายหุ้นให้คนที่ 2

จำนวนหุ้นตอนนี้คือ

ลูกชายคนโต -45%
ลูกชายคนที่ 2 – 55%

คำถามคือใครจะชนะ  ใครจะเป็นผู้กุมอำนาจบริหาร

ทนายความไง !!!!

บทเรียนของการส่งต่อสินทรัพย์ของกรณีนี้ เรามาเรียนรู้ผ่านหลุมพรางของการส่งต่อมรดกกัน

2

หลุมพรางข้อที่ 1 ความเหมาะสมของผู้รับ

มีอะไรบ้างที่ต้องพิจารณา

อายุพร้อมหรือไม่

ถ้าให้มรดก 20 ล้านกับทายาทอายุ 10 ขวบ  เขาคงไม่พร้อมกับการจัดการมรดก

ความมีวุฒิภาวะและความรู้ในการจัดการมรดก

แม้ทายาทอายุ 30 พร้อมรับ  แต่ยังชอบเที่ยว ไม่ทำงาน ขาดวุฒิภาวะในการจัดการมรดก

สิ่งที่เจ้ามรดกจะให้ สวนทางกับ สิ่งที่ผู้รับอยากจะได้

ให้มรดกแก่ทายาท เป็นที่ดินที่ต่างจังหวัด แต่ทายาททำงานและมีครอบครัวที่กรุงเทพฯ ไม่ค่อยได้กลับบ้าน  ที่ดินจึงเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากได้

ปัจจัยเหล่านี้ เจ้าของสินทรัพย์จะต้องพิจารณาก่อนแบ่งและส่งต่อสินทรัพย์

ในกรณีของ  Yung Kee ลูกผู้หญิงไม่มีความสนใจในมรดกที่ได้รับ

เมื่อไม่สนใจ วิธีสุดท้าย คือ ขาย ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อสัดส่วนการบริหารงานธุรกิจ

อีกทั้งลูกชายคนที่ 3 และ ลูกผู้หญิง อาจจะคิดว่า ลูกชายคนที่ 2 เหมาะสมกับการสืบทอดธุรกิจกว่าลูกชายคนโตก็ได้

ถ้าไม่คำนึกถึงความเหมาะสมของคนที่จะรับสินทรัพย์   ก็อาจจะตกหลุมพรางได้

3

หลุมพรางข้อที่ 2  ความยุติธรรมในการแบ่ง

ความยุติธรรม สำคัญมาก ถ้าไม่มีความยุติธรรมในการแบ่งสินทรัพย์ ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวมีปัญหา

ลูกชายได้เยอะกว่า ลูกผู้หญิง

ลูกคนโตได้มากกว่า ลูกคนเล็ก

ล้วนแล้วแต่นำมาซึ่งปัญหาในอนาคต

การแบ่งสินทรัพย์ให้ยุติธรรม ไม่ใช่แค่แบ่งเป็นจำนวนชิ้นที่ได้รับ แต่ต้องพิจารณามูลค่าอีกด้วย

เช่น ทายาทคนที่ 1 ให้ที่ดิน 5 ไร่ แถวสาธร  แต่ทายาทคนที่ 2 ให้ที่ดิน 10 ไร่แถวหนองคาย ทายาทคนที่ 2 คงรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมในการแบ่ง

ในกรณีของ  Yung Kee    ลูกชายคนที่ 3 และลูกสาว ได้คนละ 10% เท่านั้น ซึ่งดูแล้วไม่ยุติธรรมกับคนทั้งสอง

ถ้าไม่คำนึกถึงยุติธรรมของคนที่จะรับสินทรัพย์   ก็อาจจะตกหลุมพรางได้

4

หลุมพรางข้อที่ 3 สภาพคล่องของสินทรัพย์ที่เป็นมรดก

คุณมีทีดิน 10 ไร่อยู่ต่างจังหวัด ซึ่งตอนนี้ปลูกทุเรียนอยู่  ถูกแบ่งให้ลูกชาย 4 คน เท่ากัน แต่ลูกชายคนที่ 3 ทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่สนใจกลับมาทำไร่ ดังนั้น เขาต้องการขายส่วนของเขาให้กับคนอื่นๆ แต่คนอื่นๆ ยังไม่มีเงินมากพอจะรับซื้อ จึงต้องไปกู้เงินมาให้

นี่คือปัญหาของสินทรัพย์ก้อนใหญ่ และไม่มีสภาพคล่องของสินทรัพย์

ยิ่งถ้าสินทรัพย์ โอนเป็นมรดกโดยแบ่งเป็นชื่อร่วมพี่น้องหลายคน ยิ่งพี่น้องบางคน ไม่สนใจในสินทรัพย์ที่ได้รับมา ปัญหาก็จะเกิดตามมาได้

ถ้าไม่คำนึกถึงสภาพคล่องของสินทรัพย์ที่เป็นมรดก ก็อาจจะตกหลุมพรางได้

5

หลุมพรางข้อที่ 4 การส่งต่อธุรกิจครอบครัว ไม่ใช่แค่โอนหุ้น

เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ก็มักจะโอนหุ้น คล้ายกับกรณีของ ห่านย่างร้านดัง Yung Kee แต่พอเวลาผ่านไป ยิ่งมีหลายรุ่น มีลูกเขย และ ลูกสะใภ้เข้ามายุ่งในกิจการ ทำให้ธุรกิจครอบครัวมีปัญหาได้

ดังนั้น การส่งต่อธุรกิจครอบครัวนั้นไม่ใช่แค่การโอนหุ้น จะมีความซับซ้อนมากกว่าส่งต่อสินทรัพย์ปกติ

วิธีการที่ถูกต้องคือการปรับโครงสร้างการถือหุ้นเป็น holding company และ ธรรมนูญครอบครัว

ถ้าคิดง่ายๆว่า แค่โอนหุ้นก็จบ ก็อาจจะตกหลุมพรางได้

ย้อนกลับไปที่คำถามของผม

ที่ดิน 1 ไร่ มีลูก 4 คน ลูก 2 คนอยู่ดูแลคุณ  อีก 2 คนแต่งงานออกไปแล้ว

คุณจะแบ่งสินทรัพย์นี้อย่างไร แบ่งเท่ากัน คน หรือ จะแบ่งให้แค่ คนที่ดูแลคุณ ?

เป็นคุณจะแบ่งอย่างไร ?

ไม่ใช่เรื่องง่าย
ไม่ใช่แค่เสียชีวิตแล้วโอนสินทรัพย์
มันลึกซึ้งกว่านั้น

การทำแผน estate และการส่งต่อมรดก
ไม่จำเป็นต้องมีสินทรัพย์เยอะ แล้วค่อยว่างแผน

มีสินทรัพย์ไม่มาก ก็ต้องวางแผนได้ อย่าให้ลูกหลานต้องทำร้ายกัน

ที่มา www.sanook.com