ปิดฉากการรอคอย 14 ปี!! ขสมก. ซื้อรถเมล์เอ็นจีวีมาใช้แทนรถเก่าแล้ว

0
1634

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ใช้ฤกษ์ดีวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 40 ปี ลงนามสัญญาซื้อ “รถโดยสารปรับอากาศ ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ” หรือ รถเมล์เอ็นจีวี (NGV) จำนวน 489 คัน กับบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ผู้ชนะการประมูลวงเงิน 3,389 ล้านบาท พร้อมเปิดตัวรถต้นแบบเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย

โครงการนี้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2545 ผ่านรัฐบาลมาหลายยุคหลายสมัย แต่ก็ติดปัญหาเจออุปสรรคต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นข้อร้องเรียนว่าล็อกสเปค จัดซื้อแพงเกินไป จนต้องเปลี่ยนร่างขอบเขตงานหรือทีโออาร์กันหลายครั้ง รวมไปถึงไม่มีงบประมาณต้องตัดโครงการออก พอปัดฝุ่นกันขึ้นมานำเสนอใหม่เปิดประมูลได้ผู้รับเหมาก็ยังถูกร้องเรียนอีก ต้องสั่งล้มประมูล บริษัทผู้เสียประโยชน์ยื่นฟ้องศาลปกครองขอความเป็นธรรมกันอีรุงตุงนัง

Screenshot at Oct 04 12-40-50

กระทั่งล่าสุด มีการแก้ไขทีโออาร์เปิดกว้างให้เอกชนเข้าแข่งขันได้มากขึ้น สุดท้ายบริษัทเบสริน กรุ๊ป จำกัด เข้าวินก็ไม่พ้นถูกโวยจากบริษัทคู่แข่งว่าติดคดีที่กรมสรรพากรและศุลกากร ฟ้องศาลภาษีอากรกลาง ฐานสำแดงเท็จเลี่ยงภาษีนำเข้ารถโดยสารโกลเด้น ดราก้อน จากประเทศจีนกว่า 200 คัน โดยศาลพิพากษาให้บริษัทชำระภาษี 232 ล้านบาท คดีอยู่ระหว่างการอุทธรณ์

Screenshot at Oct 04 12-40-59

ถือว่าบริษัทไม่สง่างาม อีกทั้งแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้อง ไม่แสดงหนี้สิน แต่สุดท้ายขสมก. ก็ยืนยันว่าไม่ขาดคุณสมบัติ เพราะไม่ได้ห้ามบริษัทที่มีหนี้สินยื่นประมูล แม้ถูกศาลฯ สั่งชำระภาษีก็ถือเป็นคนละกรณี ประกาศเดินหน้าลงนามสัญญากับบริษัทฉาว

ขณะที่ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม และ นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผอ.ขสมก. ก็ให้คำมั่นว่า “บริษัทฯ จะส่งมอบ “รถเมล์เอ็นจีวี” ภายใน 90 วัน หรือภายในสิ้นเดือนธันวาคมนี้ เพื่อให้บริการต้นปี 2560 เป็นของขวัญปีใหม่แก่คนกรุงเทพฯ ที่จะได้ใช้บริการรถเมล์ปรับอากาศใหม่เอี่ยม ประหยัดพลังงานและลดมลพิษ

Screenshot at Oct 04 12-41-15

“รถเมล์เอ็นจีวี” ที่กำลังจะมาให้บริการคนกรุงเทพฯ อีกไม่นานเกินรอนี้ ยี่ห้อ “ซันลอง” จากประเทศจีน ประกอบที่มาเลเซีย และนำเข้าทั้งคัน เป็นรถแบบชานต่ำ ขนาด 12 เมตร 35 ที่นั่ง รองรับผู้โดยสารประมาณ 60 คน รูปโฉมทันสมัยทั้งภายในและภายนอก สมรรถนะยอดเยี่ยม สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

มีประตูขึ้นลง 2 จุด ด้านหน้าและตรงกลางด้านซ้ายของรถเป็นระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ มีระบบเซ็นเซอร์ ป้องกันประตูหนีบกรณีมีสิ่งกีดขวาง ถ้าประตูปิดไม่สนิทรถจะไม่เคลื่อนที่ รวมทั้งยังมีประตูฉุกเฉินอีก1 จุดด้านขวาเครื่องยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติ 280 แรงม้า มีระบบดับเพลิงอัตโนมัติในห้องเครื่องยนต์ หากเกิดการลุกไหม้ระบบดับเพลิงจะทำงานทันที ถังก๊าซธรรมชาติติดตั้งบนหลังคารถ เพื่อการถ่ายเทและสะดวกต่อการบำรุงรักษา ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดประหยัดน้ำมันดีเซล 20-30% เมื่อเทียบกับการเผาไหม้ระหว่างก๊าซธรรมชาติและน้ำมันเบนซิน จะลดการปล่อยคาร์บอนมอนอกไซด์(CO) 70% ลดไนโตรเจนออกไซด์ (Nox) และสารที่ไม่ใช้มีเทน 80% ลดคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) 30% และไฮโดรคาร์บอน ( HC) ลง 70%

ห้องโดยสารโปร่ง แอร์เย็นเฉียบ มีราวจับยึดแข็งแรง ติดกล้องวงจรปิด หรือ ซีซีทีวี 4 จุด โดยเฉพาะประตูขึ้นลง ทั้ง 2 จุด มีกล้องเชื่อมโยงกับพนักงานขับรถเพื่อตรวจสอบการขึ้นลงและกล้องมองหลัง 1 จุด เพื่อความปลอดภัยขณะถอยจอด นอกจากนี้ยังมีระบบจีพีเอสควบคุมพฤติกรรมการขับรถไม่ให้ใช้ความเร็วเกินกฎหมาย และตรวจสอบข้อมูลการเดินรถ ที่นั่งออกแบบให้โค้งเว้ารับกับสรีระ นุ่มสบาย พื้นรถปูผ้ายางเกล็ดกันลื่น

Screenshot at Oct 04 12-41-25

ที่สำคัญยังอำนวยความสะดวกกับผู้พิการ ประตูขึ้นลงตรงกลางรถ มีทางลาดสำหรับผู้ใช้รถเข็น (วีลแชร์) จัดพื้นที่สำหรับจอดรถเข็น 2 จุดใกล้ประตู มีอุปกรณ์ล็อกรถวีลแชร์ รวมถึงที่นั่งพิเศษสำหรับผู้พิการ 2 ที่นั่ง พร้อมกริ่งสัญญาณเฉพาะเรียกขอความช่วยเหลือ ติดฟรี WiFiเอาใจสาวกโชเชียด้วย อนาคตจะติดระบบ “บัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์” หรือ “อีทิคเก็ต” (E-TICKET) รองรับตั๋วร่วมเชื่อมโยงระบบสาธารณะอื่นๆ เช่นรถไฟฟ้าและเรือ

ขสมก.วางแผนเดิน “รถเมล์เอ็นจีวี” 489 คัน ใน 4 เขตเดินรถ22 เส้นทาง ได้แก่ เขต 1 ย่านบางเขน 129 คัน 8 เส้นทาง สาย 107, 129, 543, A1 , A2, 555, 510 และ 522 เขต 2 ย่านมีนบุรี มี 100 คัน 4 เส้นทาง สาย 26, 514, 60 และ 168 เขต 3 ย่านสมุทรปราการ 130 คัน มี 5 เส้นทาง สาย 23 ปอ., 102, 142, 511 และ 145 และ เขต 4 อู่แสมดำ 130 คัน มี 5 เส้นทาง สาย 20, 138, 105, 140 และ 141 ค่าโดยสาร 12-24 บาท เท่ารถเมล์ปรับอากาศยูโรทูสีส้ม

Screenshot at Oct 04 12-41-06

นอกจากนี้ ขสมก. ยังเตรียม จัดซื้อรถเมล์ไฟฟ้า 200 คัน รวมถึงปรับรถเมล์เก่าให้มีสภาพใหม่ทันสมัยขึ้นอีก 672 คันจะเสนอคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) วันที่ 5 ตุลาคมนี้ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป วางเป้าหมายให้บริการในปี 2560 เช่นเดียวกัน เพื่อยกระดับด้านการบริการให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบาย และเกิดความประทับใจมากที่สุด ปิดฉากการรอคอยอันยาวนานถึง 14 ปี…!!

ที่มา : เดลินิวส์