เกาหลีใต้ปิดโฆษณาชวนเชื่อไปเกาหลีเหนือ ลดตึงเครียดก่อนผู้นำพบกัน

0
65
FILE - In this June 16, 2004 file photo, South Korean army soldiers remove loudspeakers used for propaganda near the demilitarized zone between South and North Korea, in Paju, South Korea. South Korea halted anti-Pyongyang propaganda broadcasts across the rivals' tense border on Monday, April 23, 2018, ahead of inter-Korean talks this week that are expected to focus on the North's nuclear program, Seoul officials said. (AP Photo/ Lee Jin-man, File)

เกาหลีใต้เลิกเปิดเครื่องขยายเสียงออกอากาศโฆษณาชวนเชื่อที่ชายแดนเกาหลีเหนือ ถือเป็นสัญญาณของการลดระดับการเป็นปฏิปักษ์ต่อกันอย่างชัดเจน ก่อนหน้าการพบกันของสองผู้นำเกาหลี ในช่วงสุดสัปดาห์นี้

กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้สั่งปิดเครื่องขยายเสียงหลายสิบตัวที่เรียงรายอยู่ตามแนวชายแดนระหว่าง 2 เกาหลีแล้ว เพื่อลดแรงกดดันระหว่างทหาร 2 ฝ่าย และสร้างบรรยากาศของการพูดคุยอย่างสันติ ก่อนหน้าการพบกันครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างนาย คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ และนาย มุน แจอิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ที่หมู่บ้านพันมุนจอม ชายแดนระหว่างสองประเทศ ในวันที่ 27 เมษายน นี้

ตามปกติ เกาหลีเหนือและใต้จะใช้เครื่องขยายเสียงที่ชายแดนเป็นเครื่องมือส่งผ่านโฆษณาชวนเชื่อไปยังทหารของอีกฝ่าย โดยเกาหลีใต้จะออกอากาศตั้งแต่เพลงเค-ป็อป ไปจนถึงข่าวสารที่วิพากษ์วิจารณ์การปกครองอันเผด็จการของเกาหลีเหนือ รวมถึงความเลวร้ายของผู้นำเกาหลีเหนือ

ส่วนฝั่งเกาหลีเหนือก็จะออกอากาศข่าวสารที่วิพากษ์วิจารณ์เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และพันธมิตรเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานว่าเกาหลีเหนือจะปิดเครื่องขยายเสียงฝั่งตนเองหรือไม่

การเปิดเครื่องขยายเสียงแม้จะเป็นวิธีโบราณ แต่ถือเป็นปฏิบัติการทางจิตวิทยาที่ใช้มาอย่างต่อเนื่องในความขัดแย้งระหว่างเกาหลีเหนือและใต้ โดยเครื่องขยายเสียงนี้จะได้ยินในหมู่ทหารที่ประจำการตามชายแดน ซึ่งทำให้ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อขวัญกำลังใจของกำลังพลทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายเกาหลีเหนือที่ถูกปิดกั้นไม่ให้รับรู้ข่าวสารจากโลกภายนอก สารที่ส่งจากเครื่องขยายเสียงมีผลอย่างมากในการสร้างความคลางแคลงใจในตัวผู้นำเกาหลีเหนือ

หลังจากการพบกันระหว่างผู้นำสองเกาหลีในวันที่ 7 เมษายน นายคิมยังมีกำหนดการจะพบกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายนด้วย แต่ยังไม่มีการกำหนดสถานที่ว่าผู้นำทั้งสองจะพบกันที่ไหน

โดยการเปิดการเจรจาระหว่างสองเกาหลีและสหรัฐฯ ถูกมองว่าอาจนำไปสู่การยุติสงครามเกาหลีที่ยืดเยื้อมา 68 ปีได้สำเร็จ โดยเฉพาะเมื่อนายมุนแถลงว่าต้องการสร้าง “สันติภาพถาวร” ในคาบสมุทรเกาหลี และรัฐบาลเกาหลีเหนือก็ประกาศว่าจะยุติการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธทุกชนิด เพียงไม่กี่วันก่อนการพบกับผู้นำเกาหลีใต้

ที่มา www.sanook.com