‘ไมค์ ภิรมย์พร’ ภูมิใจเดินตามรอยเท้า “พ่อ” ยึดหลัก “เศรษฐกิจพอเพียง” ไม่มีคำว่า “จน”

0
312

“แม้นไม่อาจเทียมหนึ่งในล้าน ลูกขอตั้งปณิธานสิ่งที่พ่อสร้างไว้ จะขอเดินตามรอยเท้าพ่อไป” เป็นบทเพลง “เดินตามพ่อ” ที่หนุ่มเลือดอีสานอย่าง ไมค์ ภิรมย์พร ศิลปินค่ายแกรมมี่โกลด์ ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านเสียงเพลงที่โดนใจใครต่อใครมาแล้ว ซึ่งไม่ได้แค่ร้องให้คนเคลิ้มเท่านั้น ชีวิตอีกด้านหนึ่ง ไมค์ยังเดินตามรอยเท้าพ่อด้วยการยึดตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการดำเนินชีวิตเรียบง่ายแต่แสนสุขใจ “คนดังนั่งคุย” ถือโอกาสเปิดใจ นักร้องขวัญใจคนจน ซึ่งเดินทางมาจากอุดรธานีบ้านเกิด เพื่อเข้าห้องอัดเพลงพิเศษ “เล่าสู่หลานฟัง” เรื่องราวต่างๆถูกถ่ายทอดด้วยแววตาเปื้อนยิ้ม ถึงขั้นคิดหันหลังให้กับวงการตัวโน้ตเพื่อสิ่งนี้เลยทีเดียว

“ตั้งแต่ผมดูข่าวพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน พระองค์ท่านจะสอนเรื่องการทำเกษตร ท่านจะสอนให้รู้จักการทำเกษตร การเริ่มต้นการเกษตรควรทำอะไรบ้าง แต่ปัจจัยสำคัญเรื่องน้ำ สิ่งที่พระองค์ท่านทำคือแก้มลิง ระบบการเก็บน้ำ ถ้าทำเกษตรไม่มีน้ำก็ไม่สามารถทำเกษตรได้ให้พืชผลเจริญงอกงามได้” เริ่มต้นสนใจการทำงานเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียงมานานหรือยัง “จริงๆเป็นความผูกพันตั้งแต่เด็ก ผมทำนากับพ่อมาตลอด แต่ช่วงนึงใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ถามว่าพอเรามีโอกาสมีผืนนาอยู่แล้วเรากลับไปพัฒนาที่นา และนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านไปทำ ทำให้เป็นระบบ ทำให้มีแหล่งน้ำ ปรับที่นาเราให้มีการปลูกไผ่ ปลูกมะนาว ตะไคร้ ทุกอย่างเราสามารถเก็บกินในที่นาเราได้ ปลาก็เลี้ยง เดิมปลูกข้าวอย่างเดียว พอเราได้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเราก็นำไปปรับ ประยุกต์ขึ้นมา เราทำเกษตรอินทรีย์ ไม่มีสารเคมีใดๆ ข้าวเราปลูกไว้กินเองข้าวก็งาม ที่นาอุดมสมบูรณ์ ไส้เดือนก็มี กลางคืนมีหิ่งห้อยบิน เป็นความสุขหายากมาก นี่แหละคือธรรมชาติจากป่าที่เราทำเกษตรแบบอินทรีย์ ไม่ใช้เคมี ผมทำเป็นการนำร่องให้ชาวนาได้รู้”

NjpUs24nCQKx5e1EziakPLL4DitoDbzhkk3WCz2VzC8

“ตอนนี้ 20 ไร่ ที่อุดรฯ ผมจัดสรรพื้นที่ปลูกข้าวเหลือแค่ครึ่งเดียว จากพื้นที่สูญหาย ผมขุดเป็นบ่อน้ำ 3-4 บ่อ เพราะผมต้องการเก็บน้ำไว้ และขอบบ่อปลูกไผ่ ปลูกตะไคร้ ปลูกข่า คือทุกตารางนิ้วที่ว่างปลูกพวกนี้หมด แน่นอนเก็บไว้กินในครัวเรือน บอกน้องชายและหลานๆ ถ้ามันเยอะ ก็เก็บเอาไปขายได้จะได้มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว เราจะปลูกข้าวตามฤดูกาล ข่า ตะไคร้ มะนาวเนี่ยเป็นมะนาวพันธุ์ไม่มีเม็ด ลูกใหญ่น้ำเยอะ หอมด้วย ผมปลูกในท่อซีเมนต์ ออกลูกมาเก็บได้ 7 งวดแล้ว เก็บมาทีพันลูก 700 ลูก ผมขายลูกละ 5 บาท แม่ค้าวิ่งมาซื้อแทบไม่ทัน (ยิ้ม) ตำส้มตำใส่มะนาวกินได้ทั้งเปลือก ผมไม่ได้ฉีดยา เปลือกไม่เหนียวเหมือนมะนาวพันธุ์อื่น ทุกอย่างเราต้องบอกชาวบ้านทำแบบนี้จะยั่งยืน เราจะทำเป็นต้นแบบ ในอนาคตผมวางแผนอยู่อุดรฯ ผมทำปลาร้าอยู่แล้ว ผมทำร้านของฝาก ผมจะมีโปรดักของผม ผมว่าถ้าปลามันไม่เพียงพอ ผมส่งเสริมพี่น้องเลี้ยงปลามั้ยแล้วส่งให้ผม ผมรับซื้อในราคาเป็นธรรม ถ้าบอกไม่มีเงินลงทุนเดี๋ยวหาแหล่งเงินทุนมาช่วย ก็เป็นการสร้างรายได้สร้างอาชีพในชุมชน ใครทำตรงนี้อย่ามาพูดว่าไม่มีเงิน บางคนใช่สิคุณไมค์มีสตางค์ก็ทำได้ แล้วก่อนหน้านี้ล่ะผมก็ไม่มีสตางค์ก็ยังทำอยู่ เคยมีหนี้เหมือนกัน ถ้าทำเกษตรอย่าเพิ่งพูดเรื่องเงิน เอาใจมาก่อนพร้อมมั้ย ถ้าตั้งใจไม่มีคำว่าผิดหวัง ไม่มีคำว่าขาดทุน”

NjpUs24nCQKx5e1EziakPLL4DitoDbz8hI99K3T1i4g

“ถ้าเป็นไปได้จะทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ให้ชาวบ้าน ให้เกษตรกรได้ศึกษา คือผมก็ไม่ได้เรียนเกษตรมา ผมไม่ใช่นักวิชาการ แต่ผมสร้างจากประสบการณ์โดยมีพระองค์ท่านเป็นแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรผสมผสาน การทำเกษตรอินทรีย์จะยั่งยืน ไม่มีต้นทุนมากมาย เรามีวัตถุดิบ เศษหญ้า กองฟางมาหมักเป็นปุ๋ย ดินที่ปลูกพืชในนาเหมือนคนเราก็มีชีวิต รักษาชีวิตดินให้อยู่จนกว่าเราจะตายจากกัน สอนลูกหลานดูแลรักษาชีวิตดิน ดินทำให้เราพึ่งพาอาศัย” สิ่งที่ทำเหมือนได้ธรรมชาติคืนมาเลยรึเปล่า “มีความสุขมากครับ จริงๆ มานั่งปลงหลายๆอย่าง สุดท้ายคนเราเกิดจากดิน ถึงจะอยู่ชั้นไหนของสังคมแต่สุดท้ายก็ลงสู่ดิน สิ่งที่เราหามาได้มากมาย รวยขนาดไหน มีบ้าน คฤหาสน์ มีทุกอย่างเรื่องความสะดวกสบายแต่พอล้มหายตายจากเราเอาอะไรไปไม่ได้ พอเราทำเองกับมือแล้วเห็นผลผลิตขึ้นมา ทำแล้วเกิดความสุขทำให้มีกำลังใจ มีใจรักและมุ่งมั่นพัฒนาต่อ รู้สึกรักดินที่เราอยู่ รักที่นาที่เราทำ”

ตอนนี้ถือว่าเข้าใจในสิ่งที่พระองค์ท่านสอนลูกๆ มาตลอด“ใช่ครับ เศรษฐกิจพอเพียงที่พระองค์สอนคือสอนให้เรารู้จักทำ รู้จักประหยัด ชัดเจนตรงตัว แต่ถ้าเราขยันมากล่ะ เกิดผลมากยิ่งกว่าอยู่กินไปวันๆ โอเคเราเริ่มต้นเล็กๆ ถามว่าค่อยๆทำ ขยันไปเรื่อยๆ อดทนไป วันนี้ทำได้นิดหน่อย เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผลผลิต รายได้เพิ่ม ครอบครัวก็อบอุ่นอยู่กันพร้อมหน้า ไม่ต้องระเหเร่ร่อนอยู่เมืองใหญ่ แย่งกันทุกอย่าง แย่งกันหายใจในเมืองใหญ่ ท้องนาได้สูดออกซิเจนเต็มปอด อยู่แบบนั้นมีความสุขที่พระองค์ท่านสอน เมื่อไม่มีหนี้ทำไมต้องดิ้นรนหาหนี้ ชาวบ้านทั่วไปถ้าเข้าใจใช้ชีวิต ประสบการณ์ที่เห็น พ่อแม่เกิดหนี้เพราะลูก พ่อแม่รังแกลูก เห็นลูกอยากมีมือถือก็กู้หนี้ยืมสินไปซื้อให้ลูก ลูกอยากมีมอเตอร์ไซค์ขับก็ซื้อให้ลูก ถ้าองค์กรของ ธ.ก.ส.ช่วยเกษตรกรอยู่แล้ว พ่อผมก็เคยเป็นหนี้ ธ.ก.ส. และทุกวันนี้ผมเป็นหนี้ ธ.ก.ส. เป็นหนี้แต่ผมกู้มาเพื่อทำการเกษตร ผมมาทำประกอบอาชีพต่อ”

NjpUs24nCQKx5e1EziakPLL4DitoDb3ibWhtrPQqK5r

“ผมใส่ขาสั้นอยู่แล้ว อาหารก็ง่ายๆ มีอะไรกินอย่างนั้น กลางคืนน้องชาย น้องสะใภ้ เค้าไปส่องกบ ส่องเขียด เช้ามาก็ทำอาหาร พอโพสต์ภาพลงเฟซบุ๊ก ล่อตาให้คนน้ำลายไหล น้ำพริก เขียดปิ้ง ส้มตำ อยู่ได้แล้วมันก็อิ่ม คุณกินอาหารหรูๆทุกมื้อไม่ได้หรอก คนเรากินแค่พออิ่ม เราลูกชาวนา พื้นเพกินง่ายอยู่ง่าย ทุกวันนี้กินเหมือนเดิม เวลากลับบ้านทำนาเอง ต้องทำก่อนจะให้ลูกหลานทำ ผมต้องสอนให้เค้าดู ปกติทำนาดำไม่ได้ทำนาหว่าน เพราะทำนาดำเป็นการประหยัดเมล็ดพันธุ์ข้าว สอง ไม่ต้องใช้สารเคมีเลย ใช้ขี้วัวขี้ไก่และวัสดุในนามาหมัก แล้วบ้านผมก็เป็นกระท่อมเดิมๆ บางทีก็นอนที่เพิง ไม่ได้ปลูกบ้านตึกหรูๆอะไรหรอกเพราะมันไม่เข้ากับธรรมชาติท้องไร่ท้องนา บ้านผมก็ง่ายๆ อย่างที่เห็นๆ”

“ผมเคยร้องเพลงในวังต่อหน้าพระราชินี แต่ไม่เคยมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯพระองค์ท่านเลย มีครั้งนึงจะมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯแต่มีเรื่องสุขภาพของพระองค์ท่านนี่แหละ แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ภาพความประทับใจที่มีต่อพระองค์ท่านจากพระราชกรณียกิจเยอะมาก ตั้งแต่เรายังไม่เกิด พอท่านจากพวกเราไป พระราชกรณียกิจต่างๆ ภาพเก่าแก่ ภาพประวัติศาสตร์ปี พ.ศ.2540 กว่าๆ ถามว่า ผมยังไม่เกิด พระองค์ท่านเสด็จตามที่ต่างๆ ข้ามน้ำ ข้ามรถไฟ เราไม่เคยเห็นเพิ่งจะมาเห็น นี่คือความเสียสละของพระองค์ท่านที่มีต่อปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด ถ้าเราเกิดในยุคนั้นเราจะรู้เลยพระองค์ท่านเหน็ดเหนื่อยมากี่ปี พระองค์ท่านจากไปแต่เชื่อว่าหัวใจทุกๆคน แน่นอน ในหลวงคือสุดยอดพ่อที่ครองแผ่นดินโดยธรรม เหมือนพ่อปกครองลูกมีแต่ความรัก ความผูกพัน อยากให้แต่มีความสามัคคีกัน”

“ทางทีมบอกไม่ได้ไปไหนหรอก หัวหน้ามาสร้างงาน อาจอยู่เบื้องหลัง เราอยากมีลูกศิษย์ ลูกหาเป็นศิลปิน ผมเองเริ่มต้น บอกตรงๆ ผมเองไม่ได้รวยเหมือนคนอื่นๆ แต่พอที่จะอยู่ได้ ส่วนหนึ่งผมมีลูก ผมเรียนมาน้อยแต่ทุ่มเทเรื่องการศึกษาของลูก ผมส่งลูกเรียนที่แคนาดา ส่งคนโตจะจบสิ้นปีจบมหาวิทยาลัย คนรองจะปีหน้า คนเล็กจะจบ ม.3 ก็จะไปอยู่กับพี่สาวที่แคนาดา ผมบอกลูกไปเรียนเมืองนอก ผมจะกัดฟันส่งให้ลูกไปเรียนได้นะแต่พ่อไม่ได้เศรษฐีนะ ส่งแค่ค่าเทอม ค่ากินหาเอาเอง เค้าเสิร์ฟร้านอาหารไทย คนโตเป็นผู้ช่วยกุ๊กจนทำอาหารได้เก่ง พอลูกจะเรียนจบบอกว่าขออยู่ทำเงินก่อน คนที่ 2 มีมหาวิทยาลัย มีโควตาทำงานถูกต้องเค้าสอบสัมภาษณ์ผ่าน ทางมหาวิทยาลัยจะมีงานมาให้ ทั้งสองคนจบยังไม่กลับ จะหาเงินเป็นค่าเทอมคืนให้พ่อ ผมวางแผนปีหน้าจะไปแคนาดา ผมไม่เคยไป ส่วนหนึ่งวางแผนจะเอาโปรดักส์ไปเปิดตลาด สอนให้ลูกเข้าไปได้ลองติดต่อช่องทางซุปเปอร์มาร์เก็ตไว้ จะนำไปขาย”

“ผมบอกได้เลย ก่อนหน้านี้พ่อเลี้ยงลูกๆ ผมอยู่อพาร์ตเมนต์เก่าๆ ตอนขึ้นมาอยู่กรุงเทพฯ ผมไม่มีถ้วยกับข้าวใส่โจ๊กป้อนให้ลูกด้วยซ้ำ ผมต้องไปกินมาม่าคัพซื้อจากเซเว่น กินแล้วล้างคัพไว้ใส่โจ๊กป้อนลูก สอนลูกเลี้ยงหนูโตมาทุกวันนี้เพราะถ้วยโจ๊กพลาสติกนะ ถ้วยคัพมาม่า เล่าให้เค้าฟังลูกก็จะร้องไห้ตลอด ชีวิตลำบาก ต้องอดทน ส่วนหนึ่งได้สตางค์มาทุ่มเทให้กับลูก ซื้อที่ทำมาหากิน เรามองอนาคตที่อุดรฯได้ราคาดีก็จะขายวันนึงไปไม่ได้ วันนึงขายเพื่อเป็นทรัพย์ให้ลูกให้ต่อยอดและเก็บเท่าที่ทำไหว”

“ทางครูสลาอยากให้คัฟเวอร์ ให้ร้องกันต่อๆเป็นเพลงที่ดี เรื่องราวอยากให้ลูกหลานรุ่นหลัง บางคนอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีพระเจ้าแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่เพราะว่าตอนนี้ท่านไม่อยู่กับพวกเราแล้ว ลูกหลานไปเจอรูปตามบ้าน ตามหิ้งบูชา เกิดลูกหลานถามตายายเราจะได้บอกเค้าถูกนี่คือพระเจ้าแผ่นดินของเรา เค้าจะได้รู้สุดยอด พ่อของแผ่นดิน เป็นการร้องเพลงนี้ให้สืบสานต่อกันไป เรื่องราวพระองค์ท่านให้ลูกหลานได้รู้เรื่องราว เป็นลูกทุ่งสไตล์ครูสลา เป็นเพลงที่ร้องง่ายๆ สื่อความหมายที่บอก เพลงมีความหมายที่ดีเป็นส่วนหนึ่งที่ถ่ายทอด ผมก็ไม่ได้ร้องเพลงนี้เพลงเดียว ยังมีอีกเพลง มือกลองวงคนแรงงานของผมเอง เป็นคนเขียน คุยกัน คอนเซปต์ ร้องเพลงนี้เพื่อเทิดทูนพระเกียรติพ่อหลวงของเรา เพลงวิงวอนฟ้าขอเทวดาองค์นี้คืนได้ไหม อิจฉาฟ้าที่ได้พระองค์คืนไป แต่หารู้ไม่คนไทยน้ำตาไหลทั่วทั้งแผ่นดิน เป็นเพลงสื่อสารเข้าใจง่าย แนวป๊อปๆ ผสมลูกทุ่งบ้าง ให้สื่อสารให้คนฟังและนำไปร้องได้กันครับ”.

ที่มา : ไทยรัฐ