2 เฮียเพื่อนบ้าน จับมือจบคดี “เทขี้เถ้าใส่รถ”

0
143

จากเหตุการณ์ที่มีคนไปจอดรถหน้าบ้าน และถูกเจ้าของบ้านนำขี้เถ้ามาเทราดรถ ล่าสุดตำรวจเรียกทั้งคู่มาเจรจาและให้จับมือกันแล้ว

จากเหตุการณ์ที่เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 61 ที่ผ่านมา เหตุเกิดขึ้นที่บ้านเลขที่ 46 ถนนไทยอาคาร อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รถกระบะยี่ห้อฟอร์ด สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน บล 5574 สงขลา ของ นายพิภพ  อายุ 60 ปี ซึ่งจอดไว้หน้าบ้าน ได้ถูกโปรยขี้เถ้าใส่บริเวณฝากระโปรงหน้ารถจนเลอะ

ต่อมาตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดไว้หน้าบ้านก็พบว่า คนที่นำขี้เถ้ามาโปรยไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน โดยเมื่อช่วงตี 2 ของวันที่ 3 มี.ค. เพื่อนบ้านที่เป็นผู้ชายได้เปิดประตูและถือปี๊บใส่ขี้เถ้าออกมา แล้วโปรยใส่ที่กระโปรงหน้ารถ ก่อนที่จะเดินเข้าไปในบ้าน ซึ่งเป็นขี้เถ้าจากกระดาษเงินกระดาษทองที่เผาไหว้บรรพบุรุษและสัมภเวสี จากนั้น นายพิภพ เจ้าของรถกระบะที่เสียหาย ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.หาดใหญ่ เพื่อดำเนินคดีฐานทำให้เสียทรัพย์ นั้น

ล่าสุดวันนี้ (5 มี.ค. 61) ผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถาม นายประสิทธิ์ อายุ 64 ปี หรือ เฮียเชี้ยง เพื่อนบ้านที่เทขี้เถ้าราดรถ โดยบอกว่า “พร้อมเคลียร์ปัญหาเช่นกันเพื่อให้ทุกอย่างจบ ไม่ต้องการเป็นคดีความ เนื่องจากต้องดูแลแม่ที่ป่วย รวมทั้งน้องชายที่มีอาการทางประสาททุกคืนแทบไม่ได้นอน และสิ่งที่ทำลงไปก็เพราะไม่ต้องการให้เพื่อนบ้านตนนำรถมาจอดขวางหน้าบ้าน เพราะตนต้องพาแม่ไปหาหมอเป็นประจำ ไม่ได้ต้องการทำลายทรัพย์สินใคร ซึ่งหากเรื่องนี้จบได้ก็พร้อมจะจบ เพราะมีบ้านอยู่ติดกัน ไม่อยากมีปัญหากันอีก”

ขณะที่ นายพิภพ (เจ้าของรถกระบะ) บอกว่า “หากอีกฝ่ายยอมรับผิดและขอโทษ ตนก็พร้อมถอนแจ้งความ เพราะไม่อยากมีเรื่อง แต่ยังติดใจเรื่องที่อีกฝ่ายให้สัมภาษณ์ว่าตนไปข่มขู่และพยายามทำร้ายร่างกายแม่ที่อายุ 90 ปี นั้น ไม่เป็นความจริง”

ต่อมา เวลา 12.00 น. ทาง ร.ต.อ.พิเชษฐ์ เกื้อหนู รองสว.(สอบสวน) สภ.หาดใหญ่ ได้เชิญคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาพบเพื่อเคลียร์ปัญหา ตอนแรกช่วงเจรจาทั้งคู่เหมือนจะมีปัญหากัน แต่สุดท้ายก็รับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน เนื่องจากมีส่วนผิดด้วยกันทั้งคู่ ทั้งนี้ พนักงานจะเปรียบเทียบปรับคู่กรณีทั้งคู่ คนละไม่เกิน 1,000 บาท และจบในชั้นสอบสวน ส่วนค่าเสียหายทั้งคู่ไม่ติดใจกัน เพราะไม่ได้เกิดความเสียหายอะไรมากมาย

สุดท้ายตำรวจจึงให้ทั้งสองคนจับมือกันเพื่อจบปัญหา และแม้ว่าจะจับมือกันเพื่อยุติทางคดี แต่ท่าทีและสีหน้าของทั้งคู่ยังก็ยังคงมองหน้ากันไม่ติด

ที่มา www.sanook.com /// workpoint