6 วิธี “รีชาร์จพลัง” ให้งานเด่น ชีวิตดี๊ดี!

0
202

คุณทำงานกี่ชั่วโมงต่อวัน? แต่ละวันมีทั้งการประชุมที่ต่อเนื่อง มีนัดนำเสนองานกับลูกค้า จัดการอีเมล์นับไม่ถ้วน บริหารทีมให้มีประสิทธภาพ ซึ่งอาจทำให้คุณต้องทำงานไปทานข้าวกลางวันไปที่โต๊ะทำงานก็เป็นได้ และงานที่คุณได้รับมอบหมายนั้นก็มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คุณจำเป็นต้องใช้พลังและเวลาในการจัดการมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย

ซึ่ง 6 วิธีต่อไปนี้ จะช่วยให้การทำงานของคุณดีขึ้น รวมถึงสดใสเหมือนได้ “รีชาร์จพลัง” ไปในตัวระหว่างวันของการทำงาน

1. หลับให้เพียงพอ ไม่โกงการตื่น

มีการวิจัยค้นพบว่า 95% ของร่างกายเราต้องการเวลา 7-8 ชั่วโมงในการนอนหลับ เพื่อการพักผ่อนอย่างเต็มที่และทำให้สมองมีการฝังข้อมูลใหม่ๆ ที่เราได้เรียนรู้ในแต่ละวัน และการนอนหลับไม่พอนั้นยังทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนแปรปรวนได้ ส่งผลให้ยิ่งง่วงและอ่อนเพลียระหว่างวันอีกด้วย

2. เบรกพักทำงานสั้นๆ ทุก 90 นาที

การทำงานนานต่อเนื่องหลายชั่วโมง ไม่ได้ช่วยให้ประสิทธิภาพงานของคุณดีขึ้น กลับยิ่งทำให้ถดถอยลงกว่าเดิม ซึ่งการทำงานโดยไม่หยุดพักจะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจและความดันของคุณต่ำลง แค่การพักด้วยการหลับตาช่วงสั้นๆ หายใจเข้าและหายใจออกยาวๆ ก็ทำให้ร่างกายปรับความดัน กระปรี้ประเปร่าและสดชื่นขึ้น ส่งผลให้คุณมีสมาธิและตื่นตัวมากขึ้นอีกด้วย

3. จดงานที่ต้องทำ และทำตามลิสต์

ยิ่งคุณใช้สมองในการจดจำข้อมูลจำนวนมาก ก็ยิ่งทำให้คุณสูญเสียพลังงานของร่างกายมากตามไปด้วย การจดสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน หรือลิสต์รายการเป็นข้อๆ จะช่วยให้คุณเรียบเรียงข้อมูลในสมองได้ง่ายขึ้น และยังช่วยให้การจดจำของคุณดีขึ้นอีกด้วย

4. ออกกำลังเล็กๆ ช่วงเบรกกลางวัน

ประโยคที่ว่า “ไม่มีเวลา” ให้กับการออกกำลังกายนั้น ดูจะเป็นข้ออ้างของคนทำงานส่วนใหญ่ แต่การเจียดเวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่นาทีในช่วงพักกลางวัน ด้วยการเดินไปทานข้าวนอกออฟฟิศ เดินขึ้นหรือลงบันได ก็ช่วยเพิ่มพลังงานและอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในแอโรบิคโซนได้

5. ฝึกคิดบวก ลดการคิดลบ

สิ่งที่จะลดพลังงานและกำลังใจของคุณไปอย่างรวดเร็ว นั่นคือ การคิดในแง่ลบ เพียงแค่การปรับเรื่องนี้ด้วยการแสดงความยินดีและขอบคุณเพื่อนร่วมงานเมื่องานสำเร็จลุล่วง หรือการสร้างกำลังใจให้ตัวเองด้วยการให้กำลังใจผู้อื่น จะทำให้คุณมีพลังในการทำงานเพิ่มขึ้นและโทษตัวเองน้อยลงเมื่อทำงานผิดพลาด

6. อย่าเอางานกลับบ้าน

เมื่อออกจากที่ทำงานไปแล้ว คนทำงานหลายคนยังคงเอางานเก็บไปคิด ติดเอาไปทำต่อที่บ้าน ผลที่ตามมาก็คือคุณไม่ได้กลับบ้านจริงๆ แต่บ้านกลับเปลี่ยนสถานะกลายเป็นเหมือนที่ทำงาน จึงทำให้เวลาพักของคุณ “ไม่มีอยู่จริง” ซึ่งการปรับวิธีคิดและแยกแยะเวลางานและเวลาเลิกงานอย่างชัดเจน จะทำให้คุณมีชีวิตที่เรียกว่า Work-Life Balance อย่างแท้จริง

ลองทำกันดูนะครับ ทั้ง 6 วิธีนี้อาจจะช่วยให้ในแต่ละวันของคุณมีพลังในการทำงานแบบเต็มปรอท และช่วยลดความเครียด รวมถึงยังช่วยทำให้คุณกระตือรือร้นและกระปรี้กระเปร่าในการทำงานเพิ่มขึ้นอีกด้วย

แหล่งที่มา Hbr.org Pexels
ขอบคุณ – YENGO